ข้อเข่าเสื่อมควรออกกำลังกายอย่างไร

 

ข้อเข่าเสื่อมควรออกกำลังกายอย่างไร

ผู้ที่ข้อเข่าเสื่อม หรือมีอาการข้ออักเสบ การรักษาการเคลื่อนไหวของสะโพก หัวเข่า และกล้ามเนื้อรอบข้อต่อเพื่อเพิ่มความแข็งแรง ซึ่งจะมีส่วนช่วยอย่างมากในการปกป้องข้อต่อ และความเสียหายที่เกิดจากโรคข้ออักเสบ แต่การออกกําลังกายที่เหมาะกับผู้ข้อเข่าเสื่อมมีข้อจำกัดเนื่องจากต้องคำนึงการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายมากกว่าคนทั่วไป

การออกกำลังกายหัวใจและหลอดเลือด 

สำหรับผู้ที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม  การเดิน ว่ายน้ำ และขี่จักรยาน สามารถทำให้มีการเคลื่อนไหวข้อเข่าได้ดีขึ้น และช่วย

ลดอาการปวด หากการเดินออกกำลังกายทำให้เกิดความเจ็บปวดมากเกินไป ให้เปลี่ยนมาเป็นการขี่จักรยาน เนื่องจากการขี่จักรยาน

จะช่วยขยายมุมของข้อเข่า เพื่อทำให้สะโพก และหัวเข่า ไม่เกิดอาการเกร็งมากกับการหมุน

 

กิจกรรมเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

การยกน้ำหนัก(ในระดับเบา) ช่วยสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบข้อต่อ และการฝึกความแข็งแรง เพื่อบรรเทา

อาการปวด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเคลื่อนไหว และลดการสูญเสียสมรรถภาพของกล้ามเนื้อ  นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยง

ที่จะหกล้มซึ่งถือเป็นความเสี่ยงสำคัญ สำหรับคนที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมเข่า และสะโพก ซึ่งอาจจะเป็นความ

เสี่ยงที่สำคัญสำหรับคนที่มีโรคข้อเข่าเสื่อมเข่าและสะโพก แต่การออกกำลังโดยยกน้ำหนักควรที่จะขอคำปรึกษาจากแพทย์ก่อน

 

การเพิ่มช่วงของการเคลื่อนไหว และความยืดหยุ่น

กายบริหาร รำไทเก๊ก และการเล่นโยคะ สำหรับคนที่มีโรคข้อเข่าเสื่อม สามารถเพิ่มช่วงของการเคลื่อนไหว และความยืดหยุ่น

รอบหัวเข่า ก่อนที่จะเริ่มการออกกำลังกาย หรือโปรแกรมการฝึกความยืดหยุ่น ที่ต้องตรวจสอบกับแพทย์ผู้รักษาเพราะบาง

โปรแกรมเหมาะกับระดับความสามารถของผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมแตกต่างกันไป

 

 

การออกกำลังกายที่ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมควรหลีกเลี่ยง

– การวิ่งออกกำลังกาย ทั้งวิ่งจ๊อกกิ้ง วิ่งเร็ว

– กระโดดเชือก

– หลีกเหลี่ยงการออกกำลังกายแอโรบิคแบบ High-impact เพราะจะทำให้ข้อเข่าทำงานหนัก

– กิจกรรมใดๆ ที่เท้าทั้งสองลอยขึ้นจากพื้นพร้อมกันในช่วงเวลาสั้นๆ

 

ข้อเข่าเสื่อม ออกกำลังกายอย่างไร2

ท่าบริหารร่างกาย สำหรับผู้ข้อเข่าเสื่อม ตอนที่ 1

 

ข้อเข่าเสื่อม ออกกำลังกายอย่างไร

ท่าบริหารร่างกาย สำหรับผู้ข้อเข่าเสื่อม ตอนที่ 2

บริหารกล้ามเนื้อลดอาการปวดเข่า

ท่าบริหารกล้ามเนื้อ ลดอาการปวดเข่า

ขอบคุณคลิปวิดีโอจาก THEOPTIMALHEALTH และ  Oz

ขอบคุณรูปภาพจาก www.flickr.com

 

 

Comments

comments